



สาเหตุของการปวดหลัง





สาเหตุของการปวดหลัง
1.จากอิริยาบถท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรืออ้วนเกินไป
2.หลังเคล็ดหรือแพลง เกิดขึ้นเนื่องจากกล้ามเนื้อหลังหรือเอ็นข้อต่อถูกยืด
หรือฉีกขาดจากการก้มตัวยกของหนัก เล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุ
3.หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเนื่องจากเกิดแรงกดบนหมอนกระดูก
ทำให้หมอดรองกระดูกโป่งหรือเคลื่อนยื่นไปกดเส้นประสาทไขสันหลัง
ทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามด้านหลังขา เกิดอาการชากล้ามเนื้อ
ข้อเท้าหรือนิ้วเท้าอ่อนแรง
4.การเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังเนื่องจากวัยที่สูงขึ้น
จากการใช้งานมานานเกิดกระดูกงอกไปเสียดสีกับเส้นประสาท
5.การเกิดพังผืดยึดกระดูกสันหลัง จะมีอาการปวดเสียว
บริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว ก้มตัวไม่ได้เต็มที่
6.อารมณ์ตึงเครียด จะส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลังทำให้มีอาการเกร็งและปวดได้
7.สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคไต มดลูกอักเสบ ต่อมลูกหมากโต
กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังพิการมาแต่กำเนิด
8.กลุ่มอาการเจ็บปวดเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหลังส่วนเอว
หรือบริเวณกล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อน่อง หน้าแข้ง
คำแนะนำ
1.รักษาหลังของท่านให้ตรงเสมอ
2.หลีกเลี่ยงการยืนหลังค่อมหรือแอ่นมากเกินไป
3.อย่าให้อ้วนหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้หน้าท้องแข็งแรงอยู่เสมอ
4.เมื่อยกสิ่งของจากพื้น ต้องย่อเข่าและยกถือ หรือหิ้วของใกล้ตัว
5.อย่าก้มตัวหรือบิดตัวยกของที่ยกไม่ควรหนักมากเกินไป
6.เวลายืนนานๆ ควรเปลี่ยนขาโดยวางพักบนที่รองรับชั่วครู่สลับกัน
1.จากอิริยาบถท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรืออ้วนเกินไป
2.หลังเคล็ดหรือแพลง เกิดขึ้นเนื่องจากกล้ามเนื้อหลังหรือเอ็นข้อต่อถูกยืด
หรือฉีกขาดจากการก้มตัวยกของหนัก เล่นกีฬา หรือจากอุบัติเหตุ
3.หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนเนื่องจากเกิดแรงกดบนหมอนกระดูก
ทำให้หมอดรองกระดูกโป่งหรือเคลื่อนยื่นไปกดเส้นประสาทไขสันหลัง
ทำให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามด้านหลังขา เกิดอาการชากล้ามเนื้อ
ข้อเท้าหรือนิ้วเท้าอ่อนแรง
4.การเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังเนื่องจากวัยที่สูงขึ้น
จากการใช้งานมานานเกิดกระดูกงอกไปเสียดสีกับเส้นประสาท
5.การเกิดพังผืดยึดกระดูกสันหลัง จะมีอาการปวดเสียว
บริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว ก้มตัวไม่ได้เต็มที่
6.อารมณ์ตึงเครียด จะส่งผลถึงกล้ามเนื้อหลังทำให้มีอาการเกร็งและปวดได้
7.สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคไต มดลูกอักเสบ ต่อมลูกหมากโต
กระดูกสันหลังคด กระดูกสันหลังพิการมาแต่กำเนิด
8.กลุ่มอาการเจ็บปวดเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อมีจุดกดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อหลังส่วนเอว
หรือบริเวณกล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้อน่อง หน้าแข้ง
คำแนะนำ
1.รักษาหลังของท่านให้ตรงเสมอ
2.หลีกเลี่ยงการยืนหลังค่อมหรือแอ่นมากเกินไป
3.อย่าให้อ้วนหมั่นออกกำลังกายเพื่อให้หน้าท้องแข็งแรงอยู่เสมอ
4.เมื่อยกสิ่งของจากพื้น ต้องย่อเข่าและยกถือ หรือหิ้วของใกล้ตัว
5.อย่าก้มตัวหรือบิดตัวยกของที่ยกไม่ควรหนักมากเกินไป
6.เวลายืนนานๆ ควรเปลี่ยนขาโดยวางพักบนที่รองรับชั่วครู่สลับกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น